การจัดการหมวดหมู่เนื้อหาด้วย Taxonomy

Primary tabs

ในปี 2011 Drupal ได้รับรางวัลชนะเลิศด้าน The Open Source CMS subcategory จาก Packt Publishing รางวัลนี้การันตีได้ว่า Drupal มีความสามารถในการจัดหมวดหมู่ที่ซับซ้อนหรือการจัดลำดับเนื้อหาจำนวนมากได้เป็นอย่างดี เนื้อหานี้จะกล่าวถึงการจัดหมวดหมู่เนื้อหาด้วย Taxonomy ซึ่งเป็นความสามารถหลักของ Drupal อยู่แล้ว

เอกลักษณ์อย่างหนึ่งของ Drupal คือ สามารถสร้างหมวดหมู่ได้ไม่จำกัด และความยืดหยุ่นในการทำงานเป็นอย่างยิ่ง การจัดหมวดหมู่จะอาศัยการใช้คำ (term) เป็นหลักในการกำกับเนื้อหา ซึ่งมักเรียกกันว่าการปักป้ายคำนั่นเอง กล่าวคือ เนื้อหาแต่ละเนื้อหาจะได้รับการปักป้ายคำ เพื่อจำแนกเนื้อหาตามป้ายคำที่กำหนดไว้ ซึ่งจะนำไปสู่การจัดหมวดหมู่ของเนื้อหานั่นเอง

เราสามารถประยุกต์ใช้หมวดหมู่นี้ ในการกำหนดการแสดงผลด้วย Views (อ่านรายละเอียด) ซึ่งสามารถทำงานได้อย่างยืดหยุ่น และสร้างการแสดงผลตามหมวดหมู่ของเนื้อหาได้เป็นอย่างดี อย่างไรก็ตามการจัดหมวดหมู่เนื้อหาในเว็บไซต์นั้นควรได้รับการออกแบบและวางแผนเป็นอย่างดี เพื่อให้การจัดหมวดหมู่เนื้อหาผู้อ่านสามารถเข้าใจได้ง่าย อีกทั้งการจัดหมวดหมู่ในภายหลังต้องใช้เวลามากในการที่จะปักป้ายคำให้เนื้อหาทุกตัว (ถ้าเว็บไซต์มีเนื้อหาจำนวนมาก) การทำการบ้านเรื่องการจัดหมวดหมู่จึงเป็นเรื่องที่มองข้ามไม่ได้เลยในการทำเว็บไซต์

การจัดหมวดหมู่เนื้อหาด้วย Taxonomy

1. ไปยังเมนู Structure > Taxonomy จะปรากฏหน้าจัดการ Taxonomy

 

Drupal 7 จะเตรียมหมวดหมู่ไว้หนึ่งหมวดหมู่คือ Tags ซึ่งใช้กับประเภทเนื้อหา Article

ในส่วนของ Operations ประกอบ

- edit vocabulary = การแก้ไขหมวดหมู่

- list terms = การดูรายการป้ายคำ

- add terms = การเพิ่มป้ายคำ

การจัดหมวดหมู่ในเนื้อหาจำเป็นต้องเข้าใจคำศัพท์สองคำก่อน ได้แก่

- vocabulary = กลุ่มคำศัพท์หรือกลุ่มคำ มักเรียกให้เข้าใจง่ายๆ ว่าหมวดหมู่

- term = คำศัพท์หรือคำ มักเรียกให้เข้าใจง่ายๆ ว่าป้ายคำ

เพื่อความเข้าใจความแตกต่างระหว่าง vocabulary และ term นั้น ขอยกตัวอย่าง เรื่องผลไม้ ดังนี้

* vocabulary = ผลไม้

     * term = แอปเปิ้ล

     * term = มะละกอ

     * term = กล้วย

     * term = ส้ม

กล่าวคือ term คือ คำที่อยู่ใน vocabulary เสมอ 


2. คลิก Add vocabulary เพื่อเพิ่มหมวดหมู่  จะปรากฎหน้าสร้าง vocabulary กรอกชื่อ และรายละเอียด vocabulary จากนั้นบันทึก


3. เมื่อสร้างหมวดหมู่เรียบร้อย จะปรากฏหมวดหมู่ที่สร้างขึ้นในหน้า Taxonomy

 

 

4. คลิก add terms เพื่อเพิ่มป้ายคำในหมวดหมู่ผลไม้ จะปรากฏหน้าเพิ่มป้ายคำ

 

*** หมายเหตุ ในส่วนของ Relations เป็นการกำหนดให้ป้ายคำนั้นอยู่ภายใต้ป้ายคำใดหรือไม่ (sub term)

5. เมื่อสร้างป้ายคำจนครบตามที่ต้องการแล้วให้ตรวจสอบป้ายคำ โดยดูรายการป้ายคำ (วิธีการตามภาพ)

 

 

หน้ารายการป้ายคำที่สร้างขึ้น

ในหน้านี้เราสามารถแก้ไขป้ายคำได้โดยคลิก Edit หรือหากต้องการเพิ่มป้ายคำก็คลิก Add term

*** หมายเหตุ การเรียงลำดับป้ายคำสามารถทำได้โดยคลิกลากเมาส์ที่เครื่องหมายบวกหน้าป้ายคำ แล้วบันทึก (Save)


6. ขึ้นตอนการเพิ่มหมวดหมู่ที่สร้างขึ้นให้กับประเภทเนื้อหาที่ต้องการ กล่าวคือหมวดหมู่ที่เราได้สร้างขึ้นนั้นจะยังมีอยู่แบบลอยๆ คือไม่ได้ไปผูกโยงกับเนื้อหาใดใดเลย ในขั้นตอนตั้งแต่นี้เป็นต้นไปจะเป็นการเพิ่มหมวดหมู่ให้กับประเภทเนื้อหาที่ต้องการใช้หมวดหมู่นั้น (ในกรณีนี้ขอเพิ่มหมวดหมู่ผลไม้ให้กับเนื้อหาประเภท Article) วิธีการเพิ่มหมวดหมู่นั้นใช้วิธีการเดียวกับการจัดการประเภทเนื้อหาสามารถอ่านทำความเข้าใจเพิ่มเติมได้ อย่างไรก็ตามลองทบทวนไปพร้อมกันก็ได้ โดยไปยังเมนู Structure > Content types

ในหน้า content type ในส่วนเนื้อหาประเภท Article ให้คลิก manage fields เพื่อเพิ่ม field หมวดหมู่ผลไม้ให้กับเนื้อหาประเภท Article


7. การเพิ่ม field หมวดหมู่ มีลักษณะเหมือน field ประเภทอื่นๆ คือ กรอกชื่อ ชื่อ field เลือกประเภท field และรูปแบบ filed สิ่งสำคัญที่สุดคือ การเลือกประเภท field  ต้องเป็นประเภท Term reference เท่านั้น เมื่อกรอกข้อมูลเรียบร้อยให้คลิก Save

8. จะปรากฏหน้าให้เลือกหมวดหมู่ที่ต้องการ ในที่นี้ก็เลือกหมวดหมู่ผลไม้ แล้วคลิก Save field settings

9. จะปรากฏหน้ากำหนดค่า field ดูภาพประกอบ เมื่อกำหนดค่าต่างๆ เรียบร้อยแล้วให้คลิก Save settings

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

10. จะกลับมาสู่หน้า manage fields ให้เราจัดวาง filed หมวดหมู่ไว้ในตำแหน่งที่ต้องการ

 

 

 

 

 

จบขั้นตอนการเพิ่ม filed ให้กับเนื้อหาประเภท Article หลังจากนี้ให้ทดลองเนื้อหาประเภท Article จะปรากฏหมวดหมู่ผลไม้ให้เลือก

 

 

อย่างที่เรียนไปแล้วว่าเรื่องการ manage field ใช้วิธีการเดียวกับการจัดการประเภทเนื้อหาหากต้องการทราบรายละเอียดมากขึ้นในการ manage field สามารถอ่านได้จากเนื้อหาการจัดการประเภทเนื้อหาได้เลย

การจัดการหมวดหมู่เนื้อหาด้วย Taxonomy จะนำไปสู่การจัดการเนื้อหาที่ดีในเว็บไซต์ หากมีการวางแผนและออกแบบหมวดหมู่ไว้เป็นอย่างดี ทั้งนี้สามารถกำหนดมุมมองเนื้อหาจากหมวดหมู่ที่สร้างขึ้นได้อีกด้วย โดยการใช้ Views ทำให้ Drupal มีความยืดหยุ่นในการจัดการหมวดหมู่และการแสดงผลเนื้อหาเป็นอย่างมาก