Drupal 7

Drupal 7, Drupal Tutorial, สอนการใช้ Drupal 7

การจัดการหมวดหมู่เนื้อหาด้วย Taxonomy

ในปี 2011 Drupal ได้รับรางวัลชนะเลิศด้าน The Open Source CMS subcategory จาก Packt Publishing รางวัลนี้การันตีได้ว่า Drupal มีความสามารถในการจัดหมวดหมู่ที่ซับซ้อนหรือการจัดลำดับเนื้อหาจำนวนมากได้เป็นอย่างดี เนื้อหานี้จะกล่าวถึงการจัดหมวดหมู่เนื้อหาด้วย Taxonomy ซึ่งเป็นความสามารถหลักของ Drupal อยู่แล้ว

การจัดการมุมมองเนื้อหาด้วย Views

หากกล่าวถึง module ของ Drupal ที่น่าใช้ที่สุด ความสามารถสูงที่สุด และซับซ้อนมากที่สุด คงหนีไม่พ้น Views ถามว่าวัดกันตรงไหน ตอบได้ว่าวัดกันที่ยอดดาวน์โหลด module ที่สูงสุดของ Drupal ในเว็บไซต์หลักของ Drupal (http://drupal.org) เป็นของ Views มานานมากแล้ว (คิดว่าเป็นมาต้นแต่ต้น) เมื่อเป็นอย่างนี้ก็ยืนยันได้ว่าน่าใช้ที่สุด และความสามารถสูงที่สุด แต่ซับซ้อนมากที่สุดขอบอกว่าเป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียน ย้ำว่าความคิดเห็นส่วนตัวล้วนๆ

การจัดการประเภทเนื้อหา (content types)

      การจัดการประเภทเนื้อหาเป็นความสามารถที่มีเสน่ห์มากอย่างหนึ่งของ Drupal เนื่องจาก Drupal อนุญาตให้สามารถสร้างประเภทเนื้อหาได้ไม่จำกัด ตลอดจนเพิ่มความสามารถให้เนื้อหาแต่ละประเภทได้แตกต่างกันออกไป เพื่อการสร้างเนื้อหาในรูปแบบเฉพาะ (เพิ่ม field ต่างๆ เช่น ตัวอักษร, ไฟล์เอกสาร, ไฟล์ภาพ, ไฟล์วิดีโอ) ทั้งนี้หากสามารถจัดการประเภทเนื้อหาโดยใช้ field ได้แล้วก็สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับ Module อื่นๆ ได้ เช่น webform, Profile (การสร้างฟอร์มสมัครสมาชิก)

การจัดการ Theme และข้อมูลเว็บไซต์

      จากเนื้อหาการติดตั้ง Theme ในเนื้อหานี้เรามาดูเรื่องของการจัดการ Theme ซึ่งจะครอบคลุมถึงการจัดการข้อมูลเว็บไซต์ด้วย เนื่องจากมีความสัมพันธ์กันโดยตรง อย่างไรก็ตามการตั้งค่า Theme แต่และตัวนั้นจะมีลักษณะแตกต่างกันออกไปขึ้นอยู่กับความสามารถและการออกแบบ Theme แต่ละตัว

1. การจัดการ Theme ไปยังเมนู Appearance ให้คลิกที่เมนู Setting มุมบนขวา

 

 

 

 

การสร้างบล็อค (Blocks)

     การสร้างบล็อค (Blocks) ใน Drupal ทำได้ง่าย และสะดวก อย่างไรก็ตามการจัดวางบล็อคขึ้นอยู่กับโครงสร้าง (regions) ของ Theme เป็นสำคัญ ซึ่งแต่ละ Theme ก็มีการออกแบบจัดวางที่แตกต่างกันออกไป การเลือก Theme มาใช้งานจึงจำเป็นต้องคำนึงถึงองค์ประกอบของโครงสร้าง Theme ด้วย เพื่อให้ตอบสนองความต้องการของเรามากที่สุด

การสร้างบล็อค (Blocks)

การสร้างเมนูด้วย Taxonomy

     การสร้างเมนูด้วย Taxonomy เป็นความสามารถพื้นฐานของ Drupal โดยใช้หลักการดึงเนื้อหาที่มีการใส่ Term (Tags) ตรงกันมาแสดงในหน้าเว็บเพจ โดยไม่ต้องพึ่งพา Module Views ซึ่งมีลักษณะการใช้งานที่ค่อนข้างซับซ้อนมาจัดการเมนูเนื้อหา

การสร้างเมนูด้วย Taxonomy

1. ตรวจสอบ URL ของ Term ที่ใช้โดยไปยังเมนู Structure > Taxonomy

 

 

การจัดการเมนู (Menu)

     การจัดการเมนูใน Drupal สามารถทำได้สองช่องทางคือ การสร้างเมนูพร้อมกับการสร้างเนื้อหา และการสร้างเมนูผ่านทางเมนู Structure > Menus ซึ่งเป็นการจัดการเมนูทั้งหมด

  1. การสร้างเมนูพร้อมกับการสร้างเนื้อหา ในขั้นตอนการสร้างเนื้อหาจะมีเครื่องมือสำหรับการสร้างเมนูสำหรับเนื้อหาอยู่ด้วย คือ Menu settings โดยให้คลิกที่ช่องสี่เหลี่ยมหน้า Provide a menu link

 

 

 

 

 

การสร้างเนื้อหา (Add content)

     การสร้างเนื้อหาใน Drupal 7 เริ่มต้น Drupal 7 เตรียมเนื้อหาไว้ 2 ชนิดด้วยกัน คือ Article และ Basic page นิยามที่แตกต่างของเนื้อหาทั้งสองชนิด คือ Article เหมาะสำหรับเนื้อหาที่มีการเพิ่มเติม เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา เช่น บทความ ข่าวประชาสัมพันธ์หรือบล็อก ส่วน Basic page เหมาะสำหรับเนื้อหาที่มีลักษณะคงที่ เช่น หน้าเกี่ยวกับเรา วัตถุประสงค์

การสร้างเนื้อหา

1. ไปยังเมนู Add content

   - เมนู Add content สำหรับ administrator

การแปลภาษาไทยใน Drupal

     ดังที่ได้กล่าวไปแล้วในเนื้อหาเรื่อง การติดตั้งภาษาไทย ที่ยังไม่สมบูรณ์นัก (ดูในข้อความในวงรี) แต่ก็มีทางออกให้ใช้งาน ซึ่งเนื้อหานี้เรามาดูเรื่อง การแปลภาษาไทยใน Drupal กันต่อ

การแปลภาษาไทยใน Drupal

1. ไปยังเมนู Configuration > หมวด Regional and language > Translate interface (แปลส่วนติดต่อผู้ใช้) > Translate (แปล)

การติดตั้ง Modules

ใน Drupal 7 ได้เพิ่มช่องทางการติดตั้ง Modules ให้ง่ายและสะดวกขึ้น

การติดตั้งโมดูล

1. ไปที่เมนู Modules คลิกเมนู Install new module (ต้องเปิดใช้งาน module Update manager จึงจะเห็นเมนูนี้)

2. จะปรากฏ install modules มีสองทางเลือกให้ใช้งาน คือ

การติดตั้งภาษาไทย

     สำหรับผู้ที่ต้องการใช้เว็บไซต์เป็นภาษาไทย ซึ่งส่วนใหญ่ก็น่าจะเป็นอย่างนั้น (สำหรับคนไทย) ความจริงเราสามารถติดตั้งภาษาไทยได้ตั้งแต่ขั้นตอนการติดตั้ง ซึ่งมีขั้นตอนการติดตั้งภาษาอยู่ด้วย อย่างไรก็ตามเราก็สามารถติดตั้งเพิ่มเติมได้ในภายหลังเช่นกัน

การติดตั้งภาษาไทย

1. ไปยังเมนู Module เปิดใช้งานโมดูล Content translation และ Locale โดยคลิกเครื่องหมายถูกที่ช่องหน้าโมดูลทั้งสองตัว

2. ไปที่เมนู Configuration > Regional and language > language

การจัดการสิทธิ์ผู้ใช้ (Permission)

     Drupal เป็น CMS ที่เด่นเรื่องของการจัดการผู้ใช้หลากหลายระดับที่มีความต้องการ และความสามารถที่แตกต่างกันออกไป ตัวอย่างเช่น เมื่อคุณมีเว็บไซต์หรือบล็อก กลุ่มผู้ใช้ที่ต้องมีหลักๆ จะมี 3 กลุ่มด้วยกัน คือ กลุ่มผู้ชมทั่วไป (anonymous user) กลุ่มสมาชิกเว็บไซต์ (authenticated user) และผู้ดูแลเว็บไซต์ (administrator) แต่ในกรณีที่เว็บไซต์ต้องการกลุ่มผู้ใช้เพิ่ม เช่น กลุ่มผู้เขียนเนื้อหา (creator) กลุ่มผู้ช่วยผู้ดูแลเว็บไซต์ (editor) เป็นต้น  Drupal สามารถสร้างกลุ่มผู้ใช้เพิ่มเติมได้ไม่จำกัด และสามารถกำหนดสิทธิ์ของแต่ละกลุ่มตามที่ต้องการ

การจัดการสิทธิ์ผู้ใช้

การติดตั้ง Theme

การติดตั้ง Theme ของ Drupal 7 ใช้วิธีการเช่นเดียวกับการติดตั้ง Module ดังนี้

1. ไปยังเมนู Appearance > Install new theme

 
2. จะปรากฏหน้าติดตั้ง Theme

 
3. มีสองช่องทางให้เลือกในการติดตั้ง

Start Drupal 7

ความต้องการของระบบ Drupal 7 มีความต้องการของระบบที่เหมือนกับ Joomla ดังนั้นหากใครที่ใช้ Joomla อยู่แล้วก็สามารถติดตั้ง Drupal ได้เช่นกัน


ความต้องการของระบบ

          1. Web server = Apache 1.3 ขึ้นไป ใช้ได้ทั้ง Linux และ Windows - IIS 5 ขึ้นไป

          2. Database = MySQL 5.0.15 หรือสูงกว่า และต้องการ PDO extension (ต้องเปิด PDO extension นี้ใน php.ini (ค่าเริ่มต้นปิดไว้))

          3. PHP = PHP 5.2.5 หรือสูงกว่า แต่แนะนำให้ใช้ PHP 5.3 ไปเลย

Drupal 7

          เรียนรู้การใช้งาน Content management System (CMS) ทางเลือกที่น่าสนใจอีกตัวหนึ่ง ซึ่งจัดว่าเป็น CMS จำพวกเดียวกับ Joomla และ Wordpress แม้จะไม่เป็นที่รู้จักและนิยมใช้อย่างแพร่หลายนักหากเทียบกับ Joomla และ Wordpress แต่ Drupal ก็จัดว่าเป็น CMS ที่น่าสนใจมากตัวหนึ่ง 

จุดเด่น

          1. เหมาะสำหรับเว็บไซต์การสื่อสารแบบชุมชนการสื่อสาร (community network) การเว็บบล็อก และเว็บไซต์ทั่วไป